FanficHP : Destiny 10 ( 1.5/3ส่วน)[HP/DM]

posted on 13 Dec 2007 19:49 by mrwar in HP

Title: Destiny 10 ( 1.5/3ส่วน)
Author: war
Pairing: HP/DM
Rating:...ยังจัดไม่เป็นเหมือนเดิม
Disclaimer: เรื่องนี้เขียนขึ้นเพื่อความบันเทิง เรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ และ ตัวละครจากในเรื่อง เป็นสิทธิสมบัติของ เจ เค โรวลิ่ง, วอร์เนอร์ บราส์, บลูมส์บิวรี่, นานมี, ฯลฯ...
Summary: ...
Author notes: แฮะ เอามาแปะไว้ 1.5 ใน 3ส่วน แบ่งเปอร์เซ็นก็ประมาณ45% ตกเลขอะไม่แน่ใจ คาดว่านะคาดว่า จะพยายามคิดนะ ลงที่แก้ไขตอน9ไป แอบงงว่าไงแก้ไปมาทำไมมันเยอะจัง ขอแอบลงสรุปตัวละครนิดนะ
......................................................................
เดรโก :ชายหนุ่มผู้ใช้เวลาอุทิศเพื่อชดเชยความผิดในสมัยเป็นสายลับสองหน้า ไม่ว่าใครตายความผิดนั้นก็รังแต่จะทำให้เขาต้องเจ็บปวด การหนีจึงเป็นทางเลือกเดียว แต่กงล้อของเวลาไม่ใจดีให้ทางเลือกชายหนุ่มได้ยาวนานนัก

สเนป : สายลับสองหน้า ผู้กุมเรื่องราวทั้งหมดเอาไว้ เขาจะยืนยันในคำพูดของตัวเองตลอดไปหรือไม่(A/Nคนเขียนก็ไม่แน่ใจ ก๊ากกก)

ลูเซียส : ผู้ก่อตั้งและสนับสนุนวิจัยศาสตร์มืด แล็ปที่เป็นความลับ วิทยาศาสตร์ของมักเกิ้ล นักวิจัยผู้คลั่งไคล้กระหายความรู้ ยิ่งกว่าพลังอำนาจใด ตายลงก่อนที่จะได้บอกเล่า แต่บนความเลวร้ายทั้งหลายใครจะรู้ว่าเขาได้ทำลงไปเพื่อใคร(ฮุๆอุบไว้)

แฮร์รี่ : คนที่หลงอยู่บนกับดักของหัวใจตัวเอง มาตลอด 5 ปี ในที่สุดกำแพงที่เพียรก่อสร้างไว้พังลงเพราะความห่วงใยที่ที่เก็บกักมาไว้นาน จิตใจที่หมกมุ่นทำให้เผลอใช้วิธีการที่แม้แต่ตัวเองก็ยังนึกละอาย

รอน : แม้จะเกิดอะไรขึ้นความเป็นเพื่อนของเขาก็มั่นคงเสมอ หัวหน้าหน่อยข่าวกรองย่อย โตขึ้นมาเป็นคนเก่งได้ยังไงคนเขียนยังสงสัย ประสบการณ์มากขึ้น อายุมากขึ้น รอนกลายเป็นคนปล่อยวางอย่างที่ใครๆไม่คาดคิด ชายหนุ่มเป็นคนที่เรียกว่ามีความสุขที่สุดในเรื่องเลยก็ว่าได้

....................................................................................

สายลมหวีดกรีดเสียงโหยเมื่อผ่านโพรงต้นไม้โพรงแล้วโพรงเล่า ยิ่งยามราตรีมาเยือนยิ่งสร้างจินตนาการโหดร้อยได้ไม่ยากเย็น ทำให้ใครหลายคนเรียกขานป่าแห่งนี้ว่าไซเรน(silence) เปรียบกับความน่ากลัวนางไซเรน ที่ร้องเสียงหวานให้ผู้คนลุ่มหลงและต้องจบชีวิตลง เสียงร้องของปีศาจทำให้ป่าแห่งนี้ก่อให้เกิดตำนานชวนสยองมากมาย...มากมายเกินกว่าผู้คนในละแวกจะกล้าย่างเท้าเข้ามา

ด้วยสายตาของมักเกิ้ลย่อมไม่เล็งเห็นความจริงเช่นผู้มีเวทมนตร์ บ้านเล็กที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยเวทมนตร์พลางตัวชั้นยอด ไม่อาจแลเห็นได้ในยามปกติ ยกเว้นคืนเดือดมืดที่กำลังมนตราอ่อนลงไปบ้าง ไอเย็นจากผืนป่าชื้นและลมหนาวตามฤดูกาลพัดผ่านมากเท่าใดความขนหัวลุกยิ่งมีมากทบทวี

ภายในกระท่อมนั้นกว้างขวาง มีเพียงไฟจากไต้เก่าๆ เตาผิงโทรมที่ก่อแสงสว่างและความอบอุ่นเท่านั้น ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ปกปิดความหรูที่เคยมี หากแต่เพราะขาดความใส่ใจมาเนินจึงทอนคุณค่าสิ่งที่มีไป

" เซเวอรัส คุณไม่คิดว่าคุณควรบอกอะไรให้พวกเราสบายใจบ้างเชียวเหรอ "

" คงไม่หรอก ที่รู้ก็บอกไปหมดแล้ว " เจ้าของชื่อทำตัวไม่ต่างจากปกติแม้แต่น้อย ทั้งน้ำเสียงยียวนกวนโทสะไม่เกรงกลัวใคร

" ให้ตายสิ คุณยังคงเป็นคุณที่ยอดเยี่ยมเหมือนเดิม แม้แต่ดาร์กลอร์ดก็ยังเจ้าเล่ห์ไม่เท่าคุณ ไม่เป็นไร ผมให้คนตามเดรโกมา คุณอาจจะมีคำตอบดีๆให้เรามากขึ้น"

" เอามาทำไม? ไม่มีประโยชน์หรอก เด็กนั้นรู้น้อยยิ่งกว่าน้อย คนอย่างลูเซียสไว้ใจที่สุดคือตัวเอง เดรโกอาจจะเป็นลูกชายแต่ถ้าไม่มีประโยชน์ที่จะบอก ลูเซียสไม่พูดอะไรแน่ๆ " น้ำเสียงศาสตราจารย์หงุดหงิดแบบห้ามไม่อยู่

" ไม่รู้สิ นั้นเพราะคุณไม่ให้ความร่วมมือ ผมเลยต้องการเขา อันที่จริงผมกำลังหาตัวคนอื่นๆด้วย"

" ก็ตามใจ สูญเปล่า การทดลองมันไม่สำเร็จ ก่อนจะได้ทำการทดลองอีกครั้งเขาก็ตาย คนอื่นๆก็ไปตามทางของตัวเอง ก็แค่นั้น คิดว่านักวิจัยทั้งหมดจะยังดักดาน ซื่อสัตย์อะไรนักหนา ปากท้องยังต้องกินต้องใช้ ไม่มีเงินทุนใครมันจะสานต่อ แล้วไอ้หัวหน้าโครงการมันตายห่าไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องทู่ซี่อยู่หรอก"

" ถ้าผมไม่รู้จักคุณ เชื่อเถอะว่าผมเชื่อคุณทุกคำ และต่อให้การทดลองไม่สำเร็จผมก็ยังต้องข้อมูลอยู่ดี"

ชายวัยกลางคนผมสีดำขลับถอนหายใจด้วยความรำคาญและหงุดหงิด นึกด่าลูเซียสในใจที่ทิ้งเรื่องปวดหัวไว้ให้เขา ทั้งที่มันควรจบไปตั้งแต่มันตายแล้ว โอ้ยเนปอยากจะบ้า ไม่ไปยุ่งเรื่องคนอื่นเรื่องคนอื่นก็มายุ่ง

" เฮ้อ! นายไม่ได้ฟังเหรอไงว่าไม่มีอะไรเหลือ จะเหลือก็มีแต่คนโง่ๆที่ยังเชื่ออยู่ รีบๆทำให้จบซักที งี่เง่าจริงๆ มันน่ารำคาญ อยากทำไรก็ทำฉันจะได้เป็นอิสระซักที "

" อิสระงั้นเหรอ! เซเวอรัส!? เอาเถอะ อย่าอารมณ์เสีย ความดันขึ้นเอาได้ " เมื่อจบคำพูด กลิ่นหอมอ่อนๆก็ฟุ้งขึ้นพร้อมกับดวงตาสีดำหรี่ลงจนปิดอย่างไม่เต็มใจ แต่ดวงตาคู่นั้นก็ฝืนได้เพียงๆไม่นาน สติพลันวูบในเวลาต่อมา
..................................................................................................

ภายในห้องนั่งเล่นของแฮร์รี่มีแขกผู้ถูกบังคับให้เยือนมาหลายคืนนั่งอ่านเอกสารข้อมูลอยู่เพียงลำพัง ขณะที่เจ้าบ้านและเพื่อนคู่ซี้นั่งปรึกษาเบาๆในห้องครัว ซึ่งมองกลับมาก็ยังเห็น ว่าหนุ่มผมเงินไม่หนีหายไปไหน

"เขาอยากร่วมสืบคดีด้วย เจ๋งมากเพื่อน แล้วรู้อะไรเพิ่มอีกไหม"

"จุดประสงค์ในการหายไปของเขาเพราะสเนปบอกให้หนีไป ฉันว่าต้องมีมากกว่านั้นแต่เขาไม่บอก แล็ปนั่นวิจัยเรื่องการพื้นคืนชีพ พวกเก่าๆรวมตัวกันโดยไม่รู้ว่าการทดลองไม่สำเร็จ เขาว่าทำนองเป็นข่าวเล่าข่าวลือแต่พอเราเข้ามาจับประเด็นเรื่องนี้เรื่องมันเลยกลายเป็นว่าพวกนั้นปักใจเชื่อว่าผลการทดลองมีจริง และก็คาดหวังจะให้โวลเดอมอร์ตกลับมา เขาไม่ระบุชัด แต่เขาจะให้ความร่วมมือมากขึ้นแน่ๆ เขาพร้อมจะแลกเปลี่ยนตามที่ฉันบอก แต่เราวางใจเขาทั้งหมดไม่ได้แน่ๆ เขาปิดปังบางอย่างไว้ มันคงคืบหน้ากว่านี้"

"อย่างน้อย นายก็มีสติ ไม่หลงพ่อนาซีซัสนั้นไปทั้งหมด เมอลินฉันสบายใจนิดๆวะ" ใบหน้าตกกระของรอนฉีกยิ้มกว้างแหย่เพื่อนสนิทอย่างคนอารมณ์ดี

" รอน ขอร้องละ นายไม่ได้มีรสนิยมเดียวกับฉัน และฉันมีความรักไม่ใช่ตาบอด"

"เต็มปากเต็มคำ ไม่กระดากเล้ย นายบอกเขารึเปล่าว่านายนั้นนะ" รอนปุ้ยใบ้ไม่พูดตรงๆ แบบว่าถามว่ารักมัลฟอยไหมมันกระดากปาก ไม่ใช่เพราะเป็นผู้ชายแต่เพราะเป็นมัลฟอย ถึงอะไรหลายๆอย่างระหว่างอริชาติตระกูลสูงนั้นดีขึ้นแต่ถ้าให้หนิดหนมมากๆมันหยึยๆพิลึก

" เป็นนายกล้าบอกไหมรอน? ฉันบังคับเขาอย่างนั้น ฉันไม่คิดหรอกว่าเขาจะตอบรับอย่างดี" แววเคืองนิดๆส่งมาจากนัยน์ตาเขียว ยังสุ่มเสียงหงุดหงิดบอกอารมณ์ไหวๆของชายหนุ่มได้ดี

" ฉัน...เออไม่รู้ดิ" รอนเกือบจะออกความเห็น แต่เพราะเขาไม่ปักใจจึงได้ตัดบทไปอย่างนั้น จากสายตาของรอนแน่ใจเลยว่ามัลฟอยจะนึกชอบแฮร์รี่แน่ ไม่มีผู้ชายคนไหนยอมให้ถูกล่วงเกินศักดิ์ศรีถ้าไม่มีเหตุผลจำเป็น และถ้าเป็นไปด้วยบังคับ จะไม่มีทางโอนอ่อนให้แน่ แต่ที่เขาเห็นมันมันมีอะไรมากกว่านั้น เพราะเขาไม่แน่ใจว่าอะไรที่ทำให้เจ้าชายน้ำแข็งนั่นยอม แฮร์รี่อาจจะเก่งก็ได้ ถ้าพูดไปก็ยิ่งสร้างความหวังชายหนุ่มจึงวางความคิดนั้นลง

" งั้นฉันจะไปคุยหยังท่าทีซะหน่อย แล้วฉันจะปล่อยให้นายได้หนุงหนิงทีหลัง" ใบหน้าของเจ้าบ้านระเรือขึ้นด้วยความอาย

........................................

ดวงตาสีเทาเงินอ่านเอกสารคร่าวๆ และพบว่าข้อมูลทั้งหมดเป็นเพียงเอกสารที่นำไปสูงสมมุติฐาน ล้วนเป็นพยานแวดล้อมทั้งสิ้น มูลเหตุจงใจจำต้องมีพยานบุคคล และหลักฐานที่ชัดเพื่อมัดตัวการให้ดิ้นไม่หลุด

" ไง อ่านแล้วได้ไรมั้งละ" รอนก้าวเข้ามานั่งฝั่งตรงข้ามเดรโกด้วยท่าทางร่างเริง

" ก็รู้ไง ว่าพวกนายหวังว่าฉันจะเป็นพยานปากเอกละสิ"

" แหมะ แสนรู้ อันที่จริงเรามีข้อมูลที่เคลื่อนไหวด้วย ข้อมูลสายสืบซะมาก ภาพถ่าย หลักฐานคำพูดที่แอบอัดไว้ก็มี เจตนาฉันดีนะ เห็นไหม" รอนว่าด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี

" วีสลีย์ นายคงไม่ได้มีเจตนาเดียวกับข้อเสนออยู่แล้วนะ ให้ฉันร่วมสืบสวนด้วย คนอื่นๆคิดยังไง" คำพูดของชายหนุ่มทำให้รอนต้องกระตุกยิ้ม จะเพราะสงสัยหรือห่วงใยก็เป็นการเข้าเรื่องที่รวดเร็วตามเจตนาดี สมกับคนที่เคยทำงานด้านนี้

" ก็มีบ้างที่ระแวง ฉันเป็นหัวหน้าหน่อยข่าวด้านนี้โดยเฉพาะ เพราะงั้นเสียงฉันดังพอ ส่วนหัวหน้าฝ่ายก็คาดหวังอยู่ คนนำทีมสืบก็วางตัวเป็นกลางดี ถึงยอมให้แฮร์รี่นำตัวนายไปหลบแล้วกล่อมไง" เดรโกเกือบจะหลุดเสียงตกใจ ไอ้ที่พาตัวมาแบบนี้เขาเรียกกล่อมตรงไหน อาญชญากรรม อาชญากรรมทางเพศเว้ย นึกแล้วได้แต่ชักสีหน้าเคืองใส่

" นายไว้ใจฉันได้ไง นายก็รู้ว่าไม่ควร ก่อนที่มูลเหตุจะชัดเจน" รอนกระตุกยิ้มอีกครั้ง บางครั้งเขาก็คิดว่ามัลฟอยเป็นพวกหัวอนุรักษ์ ทั้งๆที่เจ้าตัวออกจะเป็นพวกสัจจะนิยมโดยธรรมชาติแท้ๆ อาจจะเพราะการเลี้ยงดูละมั่ง

" แหม มันก็ผลประโยชน์อะนะ ได้นายช่วยงานมันมีประโยชน์มากกว่ากันไว้เป็นพยานเฉยๆ วินวินทั้งสองฝ่ายย่อมดีกว่า" อีกอย่างเขาคงไม่กล้าบอกว่าดึงให้สร้างผลงานจะได้มีน้ำหนักหลุดจากข้อกล่าวหา แล้วเจ้าเพื่อนรักก็จะได้โล่งใจ หมดปัญหาและปลอดโปร่ง มันจะได้ก่อต้นรักได้สมหวังง่ายขึ้น ถึงมันจะแค่คาดการเอาไว้ก็เถอะ

เดรโกมองหน้าอดีตศัตรูของเขาอย่างจับผิด รอนเพียงยิ้มอ่อนๆไม่มีมารยาเคลือบแฝงให้เขาได้จับสังเกตได้เลยทำให้ชายหนุ่มนึกนิยมอยู่ไม่น้อย

" ฮึๆ นายเก่งขึ้นนี่ "

" งั้นนายตกลงสินะ เอาละเราต้องทำการสอบนายอีก แต่เหนื่อยหน่อยนะ พรุ่งนี้ฉันจะมารับนาย วันนี้พักผ่อนไปก่อน"

" ก็รู้อยู่แล้ว ขอบใจวีสลีย์"

เพียงรอยยิ้มบางๆไม่มีบทสนทนาต่อจากนั้น ขณะเดียวกันรอนก็ไม่ลุกเพื่อตัดบรรยากาศสงบที่เกิดขึ้น ชายหนุ่มนั่งมองการกระทำของเดรโกไปเรื่อย นิ้วเรียวขาวเหมือนจิตรกรยังคงไล่ไปตามเนื้อความเอกสาร เหมือนเขากำลังสร้างผลงานชิ้นเอก ทั้งๆที่มันเป็นเพียงใช้ปลายนิ้วไล่ไปตาบรรทัดอักษรธรรมดา ไอ้แบบนี้รึเปล่าออร่าที่คนธรรมดาจะไม่มี

“ นายนิ้วสวยนะ”

“ห่ะ!? นายว่าไงนะ” เดรโกเงยหน้าถามด้วยความคาดไม่ถึงว่านี่คือคำถามของคนตรงหน้า ไม่น่าจะออกมาจากปากคนอย่างรอนยิ่งกับเขายิ่งไม่น่าจะมีได้เลย

“ เปล่า นายนิ้วสวย วาดรูปรึเปล่า”

“ ก็นะ งานอดิเรก ” หนุ่มผมเงินตอบไม่ใส่ใจมากนัก เพราะเขาเข้าใจว่ารอนกำลังตรวจสอบรายงานกับข้อมูลจริงผ่านการพูดคุยไร้สาระ

“ ในรายงานบอกไว้ว่านาย ไปตามเมืองท่องเที่ยว ดูงานแสดงศิลป์”

“ ก็ใช่ ฉันตั้งใจอยู่แล้วว่าเคลียร์งานเสร็จจะลาพักไปเที่ยว ไหนๆก็หนีแล้ว เที่ยวซะเลย”

“ นายเดินทางด้วยเครื่องมักเกิ้ล?ใช่ไหม”

“ ใช่ มันเสี่ยงน้อย แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีใครตามล่าอยู่ คิดว่าหลบๆไปซักพัก แต่สเนปก็ส่งจดหมายว่าอย่ากลับ ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรมากเลยเที่ยวไปเรื่อยๆ ฟังขึ้นไหม”

“ บัญชีนายไม่เคลื่อนไหวเลย...นายไม่เคยเบิกเงินไปใช้”

“ ถ้าในธนาคารเปิดอย่างกริงกอตส์ก็ไม่น่าจะเคลื่อนไหวอยู่แล้ว นายคงไม่คิดว่าฉันจะต้องพึ่งธนาคารผูกขาดนั้นที่เดียวหรอกนะ วีสลีย์...ถ้านายจะสืบเรื่องฉันก็ทำกว้างๆหน่อย ฉันแนะนำอย่างนะ ค้นรายได้ย้อนหลังของพวกร้านขายของเก่าดูดีไหมนายอาจจะเจอสภาพการเงินน่าสนใจบ้างก็ได้ คนเราอุดมการณ์ยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ต้องมีเงินหนุนทั้งนั้น”

“ น่าประทับใจมาก เตรียมพร้อมเกินไปจริงๆ เรื่องบัญชีจะบอกคนไปเช็คให้” รอนทำสีหน้าครุ่นคิดทั้งยังเสียดสีวิธีคิดของอีกฝ่าย สำหรับพ่อมดชาวอังกฤษแล้วไม่คาดคิดจริงๆว่าจะเก็บเงินไว้ที่อื่น อย่างธนาคารมักเกิ้ล นับว่าความคิดพ่อมดสายเลือดเก่าอย่างเดรโกเปิดกว้างจริงๆ

“ ขอบใจ มันติดเป็นนิสัย แก้ไม่หาย” เดรโกยิ้มรับคำชมเชิงเสียดสีของอีกฝ่าย

.....................................................................................................
TBC ผิดพลาดประการใดโปรงแจ้งให้วอร์ทราบนิดนึงนะ ร่วมด้วยช่วยทำมาหากิน ก๊ากกกกก ให้อภัยคนอยากเขียน ที่คิดอะไรไม่ออก เมื่ออ่านเล่ม 7 จบแล้ว T.T

edit @ 13 Dec 2007 19:56:26 by mrwar

Comment

Comment:

Tweet

งิ๊ววว จัดไห้เป็น รอน/เดรโก เลยดีไหมนี่ แฮร์รี่เราหมดบทบาทเเล้ววุ้ย 555+

#2 By yuyu on 2009-08-24 19:19

มาเยี่ยมชมค่า ใจที่ไปเยี่ยมบลอกนะคะ
หวาฟิคแฮรี่ อุอุ เจอคอเดวกานอีกและแต่ของเรายังค้างตอนจบสมองตันยังไม่ได้อัพเลยอุหุหุ

#1 By Jp-DaRk DeViL on 2007-12-18 22:40